posted on 01 Jul 2009 22:49 by value
ลองทำดูนะ
1.ดื่มเหล้าให้เมาแล้วกลับดึก ๆ
2.แต่พอกลับมาบ้านต้องพยายามให้ยังพอมีสตินิดนึง
3.แกล้งทำเป็นเข้านอนทั้งชุดนั้นเลยโดยไม่ต้องอาบน้ำ
4.ช่วงนั้นเมียคงจะด่าเราอยู่...เราก็เลยถอดกางเกง
5.แกล้งทำเป็นถอดไม่ได้..เมียเราก็จะมาช่วยถอดเอง
6.และจังหวะที่เมียเข้ามาใกล้นั่นแหละ..บรรจงถีบ เมียให้หงายไปเลย
7.แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "อย่ามายุ่งกับกู..กูรักเมียกูคนเดียว" แล้วก็หลับไปเลย
8.เช้ามาแค่นั้นแหละ..เมียก็จะรีบหากับข้าวอร่อยๆมาให้เราทานทันที
55555555555555555 มีความสุขนะครับ 5555555555555
from 2bbit
edit @ 1 Jul 2009 22:50:33 by phat
posted on 13 Mar 2009 22:22 by value
ซื้อกล้องมาใหม่ครับ ถ่ายวิดิโอได้ เลยตั้งถ่ายตัวเองซะเลย วันนี้เสนอเพลงลาวเสี่ยงเทียน สองชั้นครับ
เพลงลาวเสี่ยงเทียน
เถา
ในระหว่างปลายรัชกาลที่
4 กับต้นรัชการที่ 5 การบรรเลงปี่พาทย์ได้เริ่มนิยมออกลูกบท (คือเพลงเล็ก
ๆ ที่ต่อท้ายเพลงใหญ่) กันมาก ครูบาอาจารย์ของแต่ละวงต่างก็คิดประดิษฐ์เพลงลูกบทใหม่
ๆ แปลก ๆ มาบรรเลงเป็นการโอ้อวดกัน บางทีก็เป็นเพลง 2 ชั้น ชั้นเดียว
หรือเพลงสำเนียงภาษาต่าง ๆ และบางทีก็นำเอาเพลงของชาติอื่นแท้ ๆ มาใช้ก็มี
ซึ่งทำให้เพลงเบ็ดเตล็ดประเภทนี้เกิดขึ้นในวงการของดนตรีไทยเป็นอันมาก
ในระยะก็มีครูหนึ่งประดิษฐ์เพลงในสำเนียงลาวขึ้นใช้ในโอกาสดังกล่าวแล้วเพลงหนึ่งเป็นเพลงที่มี
2 ท่อน แต่ก็มิได้ตั้งชื่อเพลงนั้นไว้ ต่อเมื่อในวงการละครได้นำเอาเพลงสำเนียงลาวเพลงนั้น
เฉพาะแต่ทำนองท่อน 1 เท่านั้น มาใช้ร้องในบทที่ว่า
ข้าเจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย
ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา
ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง
ถึงกับนำไปเล่นกันอย่างแพร่หลาย และเรียกชื่อกันตามบทร้องว่า "ลาวเสี่ยงเทียน"
เพลงนี้จึงมีชื่อมาตั้งแต่นั้น
เมื่อ พ.ศ. 2476 หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
ได้นำทำนองเพลงลาวเสี่ยงเทียนของเก่าซึ่งเป็นอัตรา 2 ชั้น และมี 2
ท่อนเท่านั้น มาแต่งขึ้นเป็นอัตรา 3 ชั้น ทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี
โดยประดิษฐ์ทำนองให้มีสำเนียงเป็นภาคเหนือตามสำเนียงเดิม
ครั้งแรกก็ประสงค์จะบรรเลงแต่เพียง 3 ชั้น
จึงได้แต่งทำนองเที่ยงกลับให้ผิดแผกแตกต่างออกไปจากเทียวแรก เรียกกันว่า
"ทางเปลี่ยน" เมื่อบรรเลงรวมกันจึงเท่ากับ 4 ท่อน (ท่อน 1 เทียวแรก, ท่อน
2 เที่ยวหลัง และท่อน 2 เที่ยวหลัง) มาภายหลัง
ประสงค์ที่จะร้องและบรรเลงเพลงลาวเสี่ยวเทียนให้เป็นเถาโดยเพิ่มอัตรา 2
ชั้น และชั้นเดียวต่อไปอีก ครั้นจะตัดทำนอง 3
ชั้นท่อนใดเที่ยวใดออกเสียก็เป็นที่น่าเสียดาย
เพราะทำนองเพลงที่ได้แต่งขึ้นนั้น แต่ละท่อน แต่ละเที่ยว
ก็มีความไพเราะเพราะพริ้งน่าฟังทั้งสิ้น จึงตกลงให้คงไว้ทั้งหมด
เมื่ออัตรา 3 ชั้นกลับต้นเป็น 2 เที่ยวเช่นนั้น อัตรา 2 ชั้นและชั้นเดียว
ก็ต้องดำเนินไปในเกณฑ์เดียวกัน ทำนองในอัตรา 2 ชั้น
จึงเป็นของเก่าเที่ยวหนึ่ง แต่งขึ้นใหม่เป็นทางเปลี่ยนอีกเที่ยวหนึ่ง
และชั้นเดียวแต่งขึ้นใหม่ทั้ง 2 เที่ยว
เพลงลาวเสี่ยวเทียน เถา ของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นี้เป็นเพลงที่มีสำนวนทำนองไพเราะน่าฟัง
ได้รับความนิยมในวงการดนตรีไทยแพร่หลายมากแม้นักแต่งเพลงไทยสากลก็ได้นำไปใช้และได้รับความนิยม
บทร้องเพลงนี้ใช้บทเรื่อง พระลอนรลักษณ์ พระราชนิพนธ์สมเด็จพระบวรราชเจ้า
กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ซึ่งเหมาะสมกับสำเนียงของทำนองเพลงอย่างยิ่ง
posted on 08 Jan 2009 20:50 by value
โปกเกอร์ (Poker) เป็นการพนันที่แจกคนละ 5 ใบ เปลียนไพ่ได้คนละ 1 ครั้งกี่ใบก็ได้ เพื่อจัดชุดไพ่ในมือให้ดีที่สุด
แพ้ชนะตัดสินกันที่ไพ่ใครใหญ่กว่า เรียงลำดับดังนี้
-วันแพร์ 1 คู่ (อีกสามใบไม่เข้าชุด) ถือว่าเล็กสุด
-ทูแพร์ 2 คู่
-ทรีการ์ด ตอง
-สเตรท เรียงกันทั้งมือ
-ฟลัช ดอกเดียวกันทั้งมือ
-ฟูลเฮ้าส 1 ตอง และ 1 คู่
-โฟรการ์ด 4 ใบเหมือน
-สเตรทฟลัช เรียง ทั้งมือและดอกเดียวกันด้วย
ถ้าเป็นไพ่ระดับเดียวกับ ก็ดูว่าไพ่ใครใหญ่กว่า (A ใหญ่สุด 2 เล็กสุด)
ในระหว่างการเล่นผู้เล่นสามารถเพิ่มเดิมพันได้คนละสองครั้ง ก่อนและหลังเปลี่ยนไพ่ และสามารถเกทับคนอื่นได้ด้วยเป็นการเล่นที่อาศัยการคาดดำไพ่และสีหน้าของผู้เล่น
เก = เพิ่มเดิมพันลงไปในวงพนัน (เกตาม=ลงไปให้เท่ากัน , เกทับ= ลงให้มากกว่า)
หมอบ = ยอมแพ้โดยไม่ลงเงินเพิ่ม