ลองทำดูนะ  

1.ดื่มเหล้าให้เมาแล้วกลับดึก ๆ  

2.แต่พอกลับมาบ้านต้องพยายามให้ยังพอมีสตินิดนึง 

 3.แกล้งทำเป็นเข้านอนทั้งชุดนั้นเลยโดยไม่ต้องอาบน้ำ  

4.ช่วงนั้นเมียคงจะด่าเราอยู่...เราก็เลยถอดกางเกง    

5.แกล้งทำเป็นถอดไม่ได้..เมียเราก็จะมาช่วยถอดเอง    

6.และจังหวะที่เมียเข้ามาใกล้นั่นแหละ..บรรจงถีบ เมียให้หงายไปเลย    

7.แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "อย่ามายุ่งกับกู..กูรักเมียกูคนเดียว"  แล้วก็หลับไปเลย   

8.เช้ามาแค่นั้นแหละ..เมียก็จะรีบหากับข้าวอร่อยๆมาให้เราทานทันที  

55555555555555555  มีความสุขนะครับ  5555555555555

from 2bbit

edit @ 1 Jul 2009 22:50:33 by phat

 ซื้อกล้องมาใหม่ครับ ถ่ายวิดิโอได้ เลยตั้งถ่ายตัวเองซะเลย วันนี้เสนอเพลงลาวเสี่ยงเทียน สองชั้นครับ

เพลงลาวเสี่ยงเทียน เถา

ในระหว่างปลายรัชกาลที่ 4 กับต้นรัชการที่ 5 การบรรเลงปี่พาทย์ได้เริ่มนิยมออกลูกบท (คือเพลงเล็ก ๆ ที่ต่อท้ายเพลงใหญ่) กันมาก ครูบาอาจารย์ของแต่ละวงต่างก็คิดประดิษฐ์เพลงลูกบทใหม่ ๆ แปลก ๆ มาบรรเลงเป็นการโอ้อวดกัน บางทีก็เป็นเพลง 2 ชั้น ชั้นเดียว หรือเพลงสำเนียงภาษาต่าง ๆ และบางทีก็นำเอาเพลงของชาติอื่นแท้ ๆ มาใช้ก็มี ซึ่งทำให้เพลงเบ็ดเตล็ดประเภทนี้เกิดขึ้นในวงการของดนตรีไทยเป็นอันมาก ในระยะก็มีครูหนึ่งประดิษฐ์เพลงในสำเนียงลาวขึ้นใช้ในโอกาสดังกล่าวแล้วเพลงหนึ่งเป็นเพลงที่มี 2 ท่อน แต่ก็มิได้ตั้งชื่อเพลงนั้นไว้ ต่อเมื่อในวงการละครได้นำเอาเพลงสำเนียงลาวเพลงนั้น เฉพาะแต่ทำนองท่อน 1 เท่านั้น มาใช้ร้องในบทที่ว่า

ข้าเจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย
ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา

ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ถึงกับนำไปเล่นกันอย่างแพร่หลาย และเรียกชื่อกันตามบทร้องว่า "ลาวเสี่ยงเทียน" เพลงนี้จึงมีชื่อมาตั้งแต่นั้น

เมื่อ พ.ศ. 2476 หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำทำนองเพลงลาวเสี่ยงเทียนของเก่าซึ่งเป็นอัตรา 2 ชั้น และมี 2 ท่อนเท่านั้น มาแต่งขึ้นเป็นอัตรา 3 ชั้น ทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี โดยประดิษฐ์ทำนองให้มีสำเนียงเป็นภาคเหนือตามสำเนียงเดิม ครั้งแรกก็ประสงค์จะบรรเลงแต่เพียง 3 ชั้น จึงได้แต่งทำนองเที่ยงกลับให้ผิดแผกแตกต่างออกไปจากเทียวแรก เรียกกันว่า "ทางเปลี่ยน" เมื่อบรรเลงรวมกันจึงเท่ากับ 4 ท่อน (ท่อน 1 เทียวแรก, ท่อน 2 เที่ยวหลัง และท่อน 2 เที่ยวหลัง) มาภายหลัง ประสงค์ที่จะร้องและบรรเลงเพลงลาวเสี่ยวเทียนให้เป็นเถาโดยเพิ่มอัตรา 2 ชั้น และชั้นเดียวต่อไปอีก ครั้นจะตัดทำนอง 3 ชั้นท่อนใดเที่ยวใดออกเสียก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะทำนองเพลงที่ได้แต่งขึ้นนั้น แต่ละท่อน แต่ละเที่ยว ก็มีความไพเราะเพราะพริ้งน่าฟังทั้งสิ้น จึงตกลงให้คงไว้ทั้งหมด เมื่ออัตรา 3 ชั้นกลับต้นเป็น 2 เที่ยวเช่นนั้น อัตรา 2 ชั้นและชั้นเดียว ก็ต้องดำเนินไปในเกณฑ์เดียวกัน ทำนองในอัตรา 2 ชั้น จึงเป็นของเก่าเที่ยวหนึ่ง แต่งขึ้นใหม่เป็นทางเปลี่ยนอีกเที่ยวหนึ่ง และชั้นเดียวแต่งขึ้นใหม่ทั้ง 2 เที่ยว

เพลงลาวเสี่ยวเทียน เถา ของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นี้เป็นเพลงที่มีสำนวนทำนองไพเราะน่าฟัง ได้รับความนิยมในวงการดนตรีไทยแพร่หลายมากแม้นักแต่งเพลงไทยสากลก็ได้นำไปใช้และได้รับความนิยม

บทร้องเพลงนี้ใช้บทเรื่อง พระลอนรลักษณ์ พระราชนิพนธ์สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ซึ่งเหมาะสมกับสำเนียงของทำนองเพลงอย่างยิ่ง

 

โปกเกอร์ (Poker)  เป็นการพนันที่แจกคนละ 5 ใบ เปลียนไพ่ได้คนละ 1 ครั้งกี่ใบก็ได้ เพื่อจัดชุดไพ่ในมือให้ดีที่สุด
แพ้ชนะตัดสินกันที่ไพ่ใครใหญ่กว่า   เรียงลำดับดังนี้
-วันแพร์ 1 คู่ (อีกสามใบไม่เข้าชุด) ถือว่าเล็กสุด
-ทูแพร์ 2 คู่
-ทรีการ์ด ตอง
-สเตรท เรียงกันทั้งมือ
-ฟลัช ดอกเดียวกันทั้งมือ
-ฟูลเฮ้าส  1 ตอง และ  1 คู่
-โฟรการ์ด  4 ใบเหมือน
-สเตรทฟลัช เรียง ทั้งมือและดอกเดียวกันด้วย
ถ้าเป็นไพ่ระดับเดียวกับ ก็ดูว่าไพ่ใครใหญ่กว่า (A ใหญ่สุด 2 เล็กสุด)
ในระหว่างการเล่นผู้เล่นสามารถเพิ่มเดิมพันได้คนละสองครั้ง ก่อนและหลังเปลี่ยนไพ่ และสามารถเกทับคนอื่นได้ด้วยเป็นการเล่นที่อาศัยการคาดดำไพ่และสีหน้าของผู้เล่น
เก  = เพิ่มเดิมพันลงไปในวงพนัน (เกตาม=ลงไปให้เท่ากัน , เกทับ= ลงให้มากกว่า)
หมอบ = ยอมแพ้โดยไม่ลงเงินเพิ่ม