ซื้อกล้องมาใหม่ครับ ถ่ายวิดิโอได้ เลยตั้งถ่ายตัวเองซะเลย วันนี้เสนอเพลงลาวเสี่ยงเทียน สองชั้นครับ

เพลงลาวเสี่ยงเทียน เถา

ในระหว่างปลายรัชกาลที่ 4 กับต้นรัชการที่ 5 การบรรเลงปี่พาทย์ได้เริ่มนิยมออกลูกบท (คือเพลงเล็ก ๆ ที่ต่อท้ายเพลงใหญ่) กันมาก ครูบาอาจารย์ของแต่ละวงต่างก็คิดประดิษฐ์เพลงลูกบทใหม่ ๆ แปลก ๆ มาบรรเลงเป็นการโอ้อวดกัน บางทีก็เป็นเพลง 2 ชั้น ชั้นเดียว หรือเพลงสำเนียงภาษาต่าง ๆ และบางทีก็นำเอาเพลงของชาติอื่นแท้ ๆ มาใช้ก็มี ซึ่งทำให้เพลงเบ็ดเตล็ดประเภทนี้เกิดขึ้นในวงการของดนตรีไทยเป็นอันมาก ในระยะก็มีครูหนึ่งประดิษฐ์เพลงในสำเนียงลาวขึ้นใช้ในโอกาสดังกล่าวแล้วเพลงหนึ่งเป็นเพลงที่มี 2 ท่อน แต่ก็มิได้ตั้งชื่อเพลงนั้นไว้ ต่อเมื่อในวงการละครได้นำเอาเพลงสำเนียงลาวเพลงนั้น เฉพาะแต่ทำนองท่อน 1 เท่านั้น มาใช้ร้องในบทที่ว่า

ข้าเจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย
ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา

ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ถึงกับนำไปเล่นกันอย่างแพร่หลาย และเรียกชื่อกันตามบทร้องว่า "ลาวเสี่ยงเทียน" เพลงนี้จึงมีชื่อมาตั้งแต่นั้น

เมื่อ พ.ศ. 2476 หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำทำนองเพลงลาวเสี่ยงเทียนของเก่าซึ่งเป็นอัตรา 2 ชั้น และมี 2 ท่อนเท่านั้น มาแต่งขึ้นเป็นอัตรา 3 ชั้น ทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี โดยประดิษฐ์ทำนองให้มีสำเนียงเป็นภาคเหนือตามสำเนียงเดิม ครั้งแรกก็ประสงค์จะบรรเลงแต่เพียง 3 ชั้น จึงได้แต่งทำนองเที่ยงกลับให้ผิดแผกแตกต่างออกไปจากเทียวแรก เรียกกันว่า "ทางเปลี่ยน" เมื่อบรรเลงรวมกันจึงเท่ากับ 4 ท่อน (ท่อน 1 เทียวแรก, ท่อน 2 เที่ยวหลัง และท่อน 2 เที่ยวหลัง) มาภายหลัง ประสงค์ที่จะร้องและบรรเลงเพลงลาวเสี่ยวเทียนให้เป็นเถาโดยเพิ่มอัตรา 2 ชั้น และชั้นเดียวต่อไปอีก ครั้นจะตัดทำนอง 3 ชั้นท่อนใดเที่ยวใดออกเสียก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะทำนองเพลงที่ได้แต่งขึ้นนั้น แต่ละท่อน แต่ละเที่ยว ก็มีความไพเราะเพราะพริ้งน่าฟังทั้งสิ้น จึงตกลงให้คงไว้ทั้งหมด เมื่ออัตรา 3 ชั้นกลับต้นเป็น 2 เที่ยวเช่นนั้น อัตรา 2 ชั้นและชั้นเดียว ก็ต้องดำเนินไปในเกณฑ์เดียวกัน ทำนองในอัตรา 2 ชั้น จึงเป็นของเก่าเที่ยวหนึ่ง แต่งขึ้นใหม่เป็นทางเปลี่ยนอีกเที่ยวหนึ่ง และชั้นเดียวแต่งขึ้นใหม่ทั้ง 2 เที่ยว

เพลงลาวเสี่ยวเทียน เถา ของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นี้เป็นเพลงที่มีสำนวนทำนองไพเราะน่าฟัง ได้รับความนิยมในวงการดนตรีไทยแพร่หลายมากแม้นักแต่งเพลงไทยสากลก็ได้นำไปใช้และได้รับความนิยม

บทร้องเพลงนี้ใช้บทเรื่อง พระลอนรลักษณ์ พระราชนิพนธ์สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ซึ่งเหมาะสมกับสำเนียงของทำนองเพลงอย่างยิ่ง

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

very nice - can you please give me the NOTE for this song please.

kobkhun ka.
Lalita
email. lalita900@yahoo.com

#1 By lalita (83.76.144.45) on 2009-04-21 05:42

ทำไมcopyลาวแล้วต้องมาบอกว่าเป็นเพลงของภาคเหนือด้วย
หลายๆเพลงที่เป็นของลาวมักจะอ้างว่าเป็นเพลงของภาคเหนือ.
เพลงแบบภาคเหนือไม่มีแนวนี้เลยถ้าจะมีก็คล้ายๆกับพม่า.แต่นี้ดนตรีมันเป็นแบบลาวเลย

#2 By (64.255.180.71) on 2009-06-07 14:49

ทำไมcopyลาวแล้วต้องมาบอกว่าเป็นเพลงของภาคเหนือด้วย
หลายๆเพลงที่เป็นของลาวมักจะอ้างว่าเป็นเพลงของภาคเหนือ.
เพลงแบบภาคเหนือไม่มีแนวนี้เลยถ้าจะมีก็คล้ายๆกับพม่า.แต่นี้ดนตรีมันเป็นแบบลาวเลย

#3 By ไม่เข้าใจ (64.255.180.71) on 2009-06-07 14:49

สมัยก่อนเขาเรียกทั้งภาคเหนือ อีสาน รวมๆ กันว่าลาว เช่นลาวโคราช ลาวนครพนม พอไปเอาทำนองเพลงเขามาก็เลยเรียกรวมๆ กันว่าเพลงลาวครับ

#4 By Khimlover on 2009-06-10 18:12