กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ (สำหรับลูกหนี้) บทความดีๆจากอ. ภาพร เอกอรรถพ[1] ครับ

คำถาม 1
อ.ครับ คือผมสงสัยเรื่องการปรับโครงสร้างนี้ ผมอ่านเจอข่าวของบริษัทหนึ่ง บอกว่าเตรียมบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้ ผมสงสัยว่าทำไมปรับโครงสร้างหนี้ถึงมีกำไรได้หรอครับ

คำตอบ 1
เจ้าหนี้ลดหนี้ให้ เหมือนอยู่ๆ ได้รายได้มาฟรีๆ กำไรจึงเกิดขึ้นค่ะ

คำถาม 2
ขอบคุนครับ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าลดหนี้ให้ ส่วนหนี้ที่ต้องชำระระยะยาวน่าจะลดไม่ใช่หรอครับ ทำไมกลายเป็นบันทึกกำไร งง ครับ

คำตอบ 2
ถูกค่ะ เพราะหนี้ลดลงจึงเกิดกำไร ระบบบัญชีต้องบันทึกในลักษณะสมการ ในกรณีนี้ เมื่อหนี้ลด กำไรจะเพิ่มค่ะ

สงสัยจะสงสัยว่าคำนวณอย่างไร
ขั้นแรก บริษัทต้องนำมูลหนี้ (เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างจ่ายที่บันทึกในงบดุล) มาเป็นตัวตั้ง สมมุติว่ารวมกันได้ 6,000,000 บาท

ขั้นสอง บริษัทดูสัญญาการปรับโครงสร้างหนี้ว่ามีเงื่อนไขใหม่อย่างไร เช่น ลดเงินต้นเหลือ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอีก 5% จ่ายทุกเดือนเป็นเวลาทั้งหมด 3 ปี

ขั้นสาม คำนวณกระแสเงินสดที่ต้องจ่ายตามสัญญาใหม่โดยไม่คิดมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ดังนี้ 3,000,000 + (3,000,000*.05*3) = 3,450,000 บาท นั่นคือเงินสดที่บริษัทต้องจ่ายทั้งสิ้นตามสัญญาใหม่

ขั้นสี่ บริษัทต้องนำมูลหนี้เดิมมาลบกระแสเงินสดที่ต้องจ่ายตามสัญญาใหม่ 6,000,000-3,450,000 = 2,550,000 บาท

ขั้นห้า บันทึกบัญชีโดยล้างเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างจ่ายออก 6,000,000 บาท แล้วบันทึกเงินกู้ยืมตามสัญญาใหม่ 3,450,000 บาท ขาที่เขย่งบันทึกเข้ากำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 2,550,000 บาท เข้างบกำไรขาดทุน (ท่อนบน) ทันที (ถือเป็น one-time gain ชนิดหนึ่ง)

เดบิต เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างจ่าย 6,000,000 บาท
เครดิต เงินกู้ยืมตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 3,450,000 บาท
เครดิต กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 2,550,000 บาท

เมื่อจ่ายหนี้งวดแรกต้องนำเงินต้นที่บันทึกมาคำนวณมูลค่าปัจจุบันเพื่อบันทึกเงินต้นและดอกเบี้ย
เดบิต เงินกู้ยืมตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ xxx บาท
เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย xxx บาท
เครดิต เงินสด xxx บาท

คำถาม 3
ตอนคำนวณมูลหนี้ใหม่หลังปรับโครงสร้างหนี้ไม่ต้องคำนึงถึงมูลค่าปัจจุบัน แต่ตอนจ่ายชำระหนี้หลังปรับโครงสร้างหนี้ต้องคำนึงถึงมูลค่าปัจจุบัน ทั้งที่ก็จ่ายจากมูลหนี้ใหม่หลังปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้คำนวณโดยไม่คำนึงถึงมูลค่าปัจจุบัน ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการคำนึงถึงและไม่คำนึงถึงมูลค่าปัจจุบันให้บันทึกเป็นดอกเบี้ยจ่าย รบกวนขอเหตุผลได้ไหมครับ

คำตอบ 3
การที่บริษัทไม่ต้องคำนึงถึงมูลค่าปัจจุบันของจำนวนหนี้ตามสัญญาใหม่เมื่อบันทึกกำไรจาการปรับโครงสร้างหนี้นั้น เนื่องจากข้อสมมุติที่ว่า อัตราดอกเบี้ยจ่าย (Effective rate) เท่ากับอัตราดอกเบี้ยตลาด ณ วันที่บันทึกบัญชี (ซึ่งไม่เท่ากับ 5%) การบันทึกเช่นนี้ เป็นไปตามหลักการทั่วไปของการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน (PV) เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยจ่ายเท่ากับอัตราดอกเบี้ยตลาด PV ของหนี้จะเท่ากับจำนวนหน้าตั๋วของหนี้ และจำนวนหน้าตั๋วของหนี้จะเท่ากับ เงินต้นบวกดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดกัน (5%) (คล้ายกับการคำนวณ PV ของหุ้นกู้ เพียงแต่คิดย้อนกลับ)
เมื่อถึงตอนที่บริษัทจ่ายดอกเบี้ย เราทราบดีว่าอัตราตลาด ณ วันที่ทำสัญญาใหม่ ไม่เท่ากับอัตราหน้าตั๋ว 5% เราต้องคำนวณหาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective rate) เพื่อคำนวณหาจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องนำมาบันทึกเป็นดอกเบี้ยจ่าย
การคำนวณนี้เป็นไปตามหลักปฏิบัติทั่วไปของการบันทึกหนี้สินระยะยาว

ที่มา
[1] https://www.facebook.com/Dr.Parporn.A/posts/416018295163187

Comment

Comment:

Tweet

#2 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 03:29