วันนี้จะมาพูดกันเฉพาะตัว P/E หลายคนอาจเห็นว่าค่า P/E มีข้อจำกัดมาก ซึ่งก็ใช่ แต่ในทางหลักทฤษฎี

ก็มีความพยายามอธิบายว่ามาจากอะไร โดยนำ Gordon Model มาประยุกต์ใช้ ดังนี้

จาก P = D1 / (k-g) และถ้า P/E = x คือค่าที่ระดับเหมาะสม
P/E = D1 / E (k-g) = x
P/E = b / (k-g) เมื่อ b = อัตราจ่ายปันผล = เงินปันผลต่อหุ้น / กำไรต่อหุ้น
เช่น หุ้น A จ่ายอัตราปันผลเฉลี่ย 60% มีผลตอบแทนคาดหวัง k ราว 15% และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเงินปันผล g เท่ากับ 10% ค่า P/E ตามทฤษฎีควรเท่ากับ
P/E = 0.6 / (0.15-0.1) = 0.6 / (0.05) = 12 เท่า
ถ้าในระยะยาวหุ้นนี้ถูกคาดหวังการเติบโตเพียง 5% จะมี P/E ที่เหมาะสมเพียง 6 เท่า
ถ้าดูจากค่าตัวแปรที่มีผลต่อการคำนวณค่า P/E ที่เหมาะสม จะมีอยู่ ๓ ค่าคือ b k และ g

บางคนอาจถามว่าถ้าจ่าย b = 100% ล่ะไม่ดีหรือ ถ้า b =100% g จะเหลือ 0 เพราะ g = ROE * (1-b)

ในสูตรนี้มีบางคนเอามาขยายต่ออีกโดยผูกกับเรื่อง Sustainable growth (g) = ROE * (1-b)
P/E = b / (k – ROE*(1-b))

เปลี่ยนจาก g เป็น ROE แทน นั่นคือ ยิ่ง ROE สูง ยิ่งมี g สูง เมื่อค่า g ยิ่งมาก ค่า P/E ก็จะเพิ่มขึ้น เมื่อตัวแปรอื่นไม่เปลี่ยนแปลง จาก Model นี้บอกว่า P/E หุ้นจะสูงขึ้นเมื่อ g สูงขึ้น และ g จะสูงเมื่อกิจการมี ROE มากขึ้น และถ้า b สูง ค่า g จะยิ่งลดลง

ค่า g นี้ต้องย้ำนะครับว่าคือค่าของ Sustainable growth ไม่ใช่ Industry growth หรือ earnings growth บางบริษัทมีการเติบโตขึ้นจากการก่อหนี้เพิ่ม (สัดส่วน D/E เพิ่ม) เมื่อหนี้เพิ่มสินทรัพย์ก็เพิ่ม(ส่วนทุนอาจเพิ่ม แต่น้อยกว่าการก่อหนี้) อาจทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ กำไรก็อาจเพิ่มขึ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการก่อหนี้เพิ่ม (สัดส่วนหนี้) ไม่ถือว่าเป็น Sustainable growth และถ้า earnings growth มาจากการก่อหนี้เพิ่มแล้ว ค่า k จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเช่นกัน เรื่อสัดส่วนหนี้ที่เพิ่มนี้ทำให้ผลตอบแทนที่ต้องการสูงขึ้นด้วยก็เคยอธิบายไว้บ้างแล้ว (และเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ growth ไว้แล้วก่อนนี้)

ผลการก่อหนี้สัดส่วนหนี้เพิ่ม k จะเพิ่ม เมื่อ k เพิ่ม ค่า P/E จะลดลงเพราะตัวหารสูงขึ้น ทีนี้ผลรวมสุทธิ k และ g ที่เพิ่มขึ้นทั้งคู่ก็จะทำให้ P/E เปลี่ยนไป หรือเท่าเดิม ก็ขึ้นกับว่า ค่าใดเปลี่ยนมากน้อยเท่าใด

เพราะความที่ทางทฤษฎีมันยุ่งยาก เลยมีการประเมินให้ง่ายและรวบรัดขึ้นโดยดู PEG แทน แต่การใช้ PEG ก็ต้องระวัง Myth ทั้ง 4 ด้านทีเกี่ยวข้องกับการใช้ตัวหาร growthไปแล้ว ซึ่งหากเรียงร้อยให้ดีก็จะพบว่า มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ค่าตัวเลขไม่สำคัญเท่ากับ ต้องรู้เหตุปัจจัยที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงค่าตัวเลข ค่า P/E เป็นเท่าไรก็ตาม เราต้องรู้ว่าอะไรที่กระทบต่อค่า P/E บ้าง เช่นหุ้นที่มี P/E สูงขึ้น เป็นเพราะแนวโน้ม ROE สูงขึ้นไหม บางครั้งต้องดูด้วยว่า g ที่ได้มานั้น มันมาจากสัดส่วนหนี้ที่เพิ่มด้วยไหม เพราะมีผลต่อ P/E ที่ควรต้องต่ำลง แม้ PEG <1 แต่ระยะยาวหุ้นอาจยืนบน P/E ที่ลดลงกว่าอดีต หุ้นอาจไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่คาดการณ์ได้

 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 01:15