Interestingstock

ตามตำราเขาบอกว่า ซื้อหุ้นที่ PE ต่ำ ROE สูงๆ รวยแน่ หุ้นดีไม่เจ้งแน่ มือใหม่หลายคนก็ซื้อตาม เช่นหุ้น AAV ข้อมูลวันที่ 10 กพ มีค่า PE เพียง 2.16 เท่า ค่าอื่นๆ ก็สูง
  • ROA(%) 66.75
  • ROE(%) 113.59
  • อัตรากำไรสุทธิ(%) 59.79
  • D/E ก็ต่ำ
คำตอบ
กรณีของ AAV EPS มันออกมาสูงเพราะ
เขามีกำไรจากมูลค่ายุติธรรมของส่วนได้เสียที่มีอยู่เดิม 14,689,965,229
ทำให้ Q3 การแบ่งปันกำไร ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 15,240,673,009
ทำให้ คำนวณ EPS ประมาณทั้งปี ออกมา สูง
ทำให้ ประมาณค่าต่างๆ ออกสูง แบบหลอกๆ อย่างนั้น
ทำให้ พีอีต่ำ

กำไรจากการประกอบการ จริงๆเพียง 600 ล้านกว่าๆเอง
 
ตอนนี้(8/2/2013) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเท่ากับ 33,465.00 ล้านบาท คิดเป็น PE จริงๆเท่ากับ 33,465/600 = 55.75 เท่าครับ (แปลว่าถื้อซื้อหุ้นที่ราคานี้ ด้วยกำไรปกติถ้าไม่มีการโตเลยใช้เวลา 55.75 ปีคืนทุน)
 
เม่าแทบ shock จากหุ้นถูกกลายเป็นหุ้นแพงไปเลย 
 
แล้วอย่างนี้มือใหม่จะดูหุ้นกำไรพิเศษอย่างนี้ได้อย่างไร?
ถ้าเห็นกำไรโตผิดปกติให้เข้าไปดูตรงงบกระแสเงินสดตรงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานครับ  ตรงส่วนแรกตั้งแต่ กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และ/หรือ ภาษีเงินได้ จนถึง เงินสดได้มาจาก (ใช้ไปใน) การดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สิน จะเป็นการแปลงจากกำไรทางบัญชีให้กลายเปินเงิดสดครับ

ถ้าเครื่องหมายเป็นลบก็แปลว่าในงบกำไรขาดทุนรายการนั้นไม่ได้รับมาเป็นเงินสดเป็นเพียงรายได้ทางบัญชี ก็ต้องเอามาหักออก ก็จะเจอ รายการที่ชื่อว่ากำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน - 14,689.97 ล้านพอดี
 
มีโอกาสได้ไป company visit หุ้น trt ครับ คุณ torpongpak เขียนสรุปไว้ดีมากก็เอามาแชร์ครับ เชิญอ่านโดยพลัน
 
ขอขอบคุณThaiVIเเละทีมผบห.TRT(น่ารักมากๆพยายามให้ข้อมูลเต็มที่เเละเลี้ยงข้าวเที่ยงสุดอร่อย)...ได้เพื่อนใหม่หลายคนเลย

ขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมเก็บข้อมูลได้ไม่ดีเท่าไหร่เพราะปกติก็สมาธิสั้นอยู่เเล้วเเถมตอนฟังPresentation(Slide Customerตอนเริ่มประชุม) ผมถูกลูกน้องที่ทำงานเอาปัญหามาให้เเก้จากนั้นสมาธิหลุดไปเลยครับ คอยรับเเละโทรศัพท์เป็นช่วงๆ

ขั้นตอน
ลงทะเบียน-->ฟังPresentation(น่าจะคล้ายOpp dayเเละประชุมผู้ถือหุ้น)-->ชมบริษัท-->ฟังสรุป-->คำถาม

มาดูการได้มาของข้อมูลก่อนนะครับ
1) Presentationเเละคำถามในห้องประชุม
เริ่มเเรกคุณอวยชัยเล่าเกี่ยวกับพื้นฐานความเข้าใจเรื่องหม้อเเปลงเเละธุรกิจTRT
  • ข้อมูลพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าของกระทรวงพลังงานพบว่าอีก18ปีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มเท่าตัวเเละความต้องการหม้อเเปลงก็เพิ่ม ถ้าเราดูภาพTransmission line ควบคู่ไปด้วยจะเข้าใจขึ้น
เทคโนโลยี
  • การเข้ามาของคู่เเข่งโดยเฉพาะPower transformerไม่ง่าย

ที่สุดในอาเซียน
  • มีห้องLabที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน ได้การรับรองความสามารถจาก มอก. เป็นห้องทดสอบได้มาตรฐานเเห่งเดียวในไทย มอก.เเต่งตั้งให้เป็น3rd partyในการทดสอบหม้อเเปลง
  • เครื่องตัดเหล็กที่เเม่นยำเเละทันสมัยที่สุดในอาเซียน
คุณอุปกรมเเละช่วงคำถาม
  • บริษัทจำเป็นต้องลงทุนเพื่อสร้างincomeที่เพิ่มขึ้น ลงทุนขยายกำลังผลิตหม้อเเปลงทั้ง2เเบบ เพราะกำลังการผลิตในโรงงานDistribution transformer 100%*เเละกำลังการผลิตPower Transformer80%
  • การลงทุนเเบ่งเป็น3ส่วน(เงินได้จากการขายหุ้นกู้600MB)
    • สร้างโรงงานDistribution Transfirmerใหม่, เพิ่มCapacityของPower Transformer ลงทุน280MB
    • โรงงานตัวถัง ลงทุน220MB
    • เป็นworking capital 100 MB
  • โรงงานใหม่เสร็จปี2014
ต้นทุน
  • ที่คุมยากสุดคือ"ทองเเดง" เเต่ตรงนี้ผมไม่เคลียว่าบริษัทจัดการอย่างไร คุณอุปกรมได้อธิบายเเต่ผมไม่ค่อยเข้าใจ

ประโยคที่สะดุดหูคือ
  • "ธุรกิจเราCycleช้ากว่าธุรกิจอื่น1ปี" โดยเฉพาะPower transformer Demandจะกลับมาช้ากว่าDistribution Trans..หมายถึงSubprimeธุรกิจอื่นเเย่ TRTจะเเย่ปีถัดไป เเต่ถ้าธุรกิจอื่นเริ่มกลับมา หม้อเเปลงก็จะกลับมาช้ากว่าธุรกิจอื่น
  • ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยข้อตกลงในการประมูลหม้อเเปลงขนาดใหญ่ >100MVA...
    ขออธิบายตามความเข้าใจของตัวเองนะครับ(:
  • ตอนนี้มี2เจ้าคือABB, TRT ทำให้การไฟฟ้าสามารถซื้อหม้อเเปลงนำเข้าจากจีนได้ เเต่Digenกำลังจะเข้ามาขายหม้อเเปลงขนาดดังกล่าวด้วย ทำให้ครบตามข้อตกลงคือถ้ามีคู่เเข่งครบ3ราย การไฟฟ้าต้องซื้อจาก3รายนี้เท่านั้นไม่มีการนำเข้าจาก ตปท. ซึ่งก็เป็นผลดีกับtrt, abb
    คู่เเข่งต่างประเทศที่มีผลิตหม้อเเปลงที่มีคุณภาพทัดเทียมกันบริษัทหม้อเเปลงในIndo
    คู่เเข่งในประเทศบริษัทจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับคู่เเข่ง อย่างหม้อเเปลงขนาดใหญ่
    • หม้อเเปลงขนาด34-100MVA ในตลาดมี3ราย ABB, Daihen, TRT Marketshareเท่าๆกัน33%
    • หม้อเเปลงขนาด>100MVA มีในตลาดมี2ราย TRT, ABB market shareเท่าๆกันราว50%

License
  • กับSeimen Austriaต่อLicenseเเล้วถึงปี2014*(ไม่เเน่ใจว่าต่อถึงปีไหนเเต่ต่อเเล้ว) (เเต่เรื่องพันธมิตรร่วมทุน ท่านตอบมาเหมือนดาราสาวตอบประมาณว่า...ดู ดู กันอยู่)

หม้อเเปลงพิเศษ
Solarfarmใช้หม้อเเปลง2ชุด
  • @หม้อเเปลงขนาดใหญ่ 30 MVA ถิรไทยขายให้
    • ITDลพบุรี
    • EGCO
    • BCP
  • @หม้อเเปลงSolarfarmขนาดเล็ก มีหลายเจ้า
  • หม้อเเปลงรถไฟฟ้า จริงๆเเล้วบริษัทได้งานมาเเค่Airport linkอย่างเดียว ของBTSไม่ใช่งานของTRT อย่างไรก็ตามมีรถไฟฟ้าจะสร้างอีก7สาย
  • จะเเถลงเรื่องรายได้ปี55เเละเเนวโน้มธุรกิจอีกครั้งวันที่13/11/55
2)เดินดูโรงงาน ตอนนี้ ผบห.เเละทีมพาไปดูโรงงาน ตอนเเรกตามคุณอวยชัย ตอนหลังเเตกกลุ่มใครจะประกบถามคนไหนก็ได้ ตรงนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนเเต่ละคนคงได้หลากหลายมาก
  • ตลาดส่งออก...มีความหวังกับพม่ามาก กับGungul(คุณอวยชัยตอบตอนอยู่ในห้องLab)
  • ผบห.รวมถึงทีมที่พาชมโรงงาน เท่าที่ถามไม่ได้มองจีนเป็นคู่เเข่งของหม้อเเปลงขนาดใหญ่ เพราะคุณภาพไม่ดี ประวัติก็เเย่
เเรงงาน
  • เเรงงาน ต้องใช้เเรงงานทักษะ อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถดึงดูดเเรงงานเหล่านั้นได้ ให้ไม่ย้ายงานเพราะดูเเลเเบบครอบครัว มีข้าวให้กินฟรี เเอบถามเจ้าหน้าที่ที่พันขดลวด...เค้าบอกว่าเงินเดือน13,000บาท มีความสุขดี
  • เรื่องความสัมพันธ์กับการไฟฟ้าทั้ง3 ผมขอสรุปให้ว่า"ดี"
3)ในรถตอนไปกินข้าว
พอดีผมได้นั่งรถไปกับคุณอวยชัย พี่ท่านนึงถามว่าถ้ามีเงิน3พันล้านจะเปิดโรงงานหม้อเเปลงทำได้ไหม คุณอวยชัยบอกว่ายากโดยเฉพาะหม้อเเปลงขนาดใหญ่ต้องใช้Know how มีLabour skill การขายหม้อเเปลงให้การไฟฟ้าไม่ง่ายเค้ามีเกณฑ์มาตรฐาน เเต่ถ้าจะซื้อตัวหาKnow howใหม่น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย5ปีถึงจะเเข่งได้ ส่วนถ้าบริษัทเเม่ต่างชาติเข้ามาเปิดโรงงานเเข่งผมจำข้อมูลไม่ได้

4) อาหาร ขาหมูทอด ยำถั่วพลู ผัดผักน้ำมันหอย ทอดมัน ปลาอะไรซักอย่างทอดน้ำปลา เเกงมัสมั่นเเละผลไม้
Karmart ถ้าจะเอาแบบ peter lynch จริงๆ ตอนต่ำกว่า 1.00 บาท ต้องนับว่าเป็น turnaround ครับ คือ turn จากทำอะไรก็ไม่ขึ้น กลับมาจับธุรกิจใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่รู้ว่ายอดขายจะเป็นเท่าไร ขายแล้วดีปีนี้ ปีหน้าจะขายได้เท่าไร sustain growth ได้เท่าไร ยังไม่มีใครรู้

จนไม่กี่เดือนมานี้ ตัวร้าน retail/franchise ของ karmart มันเริ่ม"ผุด"ขึ้นมาให้เห็น ยอดขายดีขึ้นตลอด แต่มันก็ยังไม่เยอะพอที่จะ define เป็น growth ได้แน่ๆ ใน one up ผู้เขียนก็เขียนถึงตรงนี้เหมือนกัน จาก turn around->growth ว่าบางอันทำได้ บางอันทำไม่ได้ เป็นต้น

ส่วนเรื่องราคาตัวหุ้นประเภทนี้ ต้องขึ้นกับนักลงทุนครับ แต่ไอเดียพื้นๆมันอยู่ที่แค่ว่า ถ้าปีนี้หุ้นราคา 30 บาท มี eps = 1.00 บาท PE=30 แต่ราคาหุ้นเราหวังว่าจะเป็นของ future earning ของปีถัดไป ถ้า eps โต 30% ปีหน้าจะมี eps=1.30 บาท ที่ราคา 30 บาท PE=23 ถ้าเรายังถือต่อไป eps ปีต่อไปเท่ากับ 1.69 บาท เท่ากับว่า PE ของหุ้นที่เราซื้อวันนี้ แต่จะถือไปอีกสองปี = 17 เอง ไม่แพงหรอก อะไรประมาณนี้

แต่ในความเป็นจริง ผมว่า หลายๆท่านเล่นจะเอาแต่ส่วนต่างของราคา และหวังจะเก็งกำไรจากข่าว และงบที่โตขึ้นมากกว่า
 
ที่มา http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=53214