Logistics

ธุรกิจขายน้ำ สิ่งที่บรรจุอยู่ในขวด margin มากซะจนขี้เกียจคิด มีพลังทำให้แอ๊ด คาราบาว ไม่ยอมเสีย image นักดนตรีอนุรักษ์ ตันกลับมาตั้งตัวใหม่อีกครั้ง ด้วยการขายน้ำ 
โจทย์หลังผลิตได้ ที่ไปคิดมากกว่าคือ จัดการต้นทุน packaging กระจายลงตลาด พุ่งไปผู้บริโภค ทำให้ติดใจติดรส ... โฆษณา, กิจกรรมการสร้าง brand ฝังหัวให้คนติด

ส่วนถ้าเป็นธุรกิจของท่านเจ้าสัวเจริญล่ะ 
เมื่อมีครบครันจัดการได้รวบหัวยันหาง .... ทุน + ทรัพยากรผลิต ต้นจดปลายน้ำ + สูตรน้ำดำ + logistics ครบวงจร (มีทั้งสาย alcohol และ non-alcohol) + ลูกค้าเก่า ที่อยากรู้รสชาติเปลี่ยนรึเปล่า + ลูกค้าใหม่ที่อยากลอง = ทุ่มโฆษณา....บังคับแจก อย่างที่เคยเป็นมา

... คงจำกันได้ "ช้าง" หันหน้าเข้าหากัน เดินมาจากไหน
ปั้น brand ใหม่ จาก 0 คงหนีไม่พ้นที่เคยทำมา สไตล์แบบไสช้างชนกับสิงห์ 
แม้แต่โออิชิ เป็น brand เก่า ล่าสุดเมื่อดูท่าจะพลาด ก็ใช้ model นี้ช่วยโออิชิเพื่อปะทะกับตัน อิชิตัน ผู้กล้าเสียสัตย์ 

เจ้าสัวใช้หลักวิชา "โซ่อุปทาน" ตั้งแต่นักวิชาการทั้งหลาย จะ set up หลักสูตร supply chain / logistics management ซะอีก

ประวัติศาสตร์ เพื่อจะรู้จักท่านเจ้าสัวผู้นี้
  • กับคน ---- key word "เจริญ ศรีสมบูรณานนท์" , "จอมยุทธ ผู้เหยียบหิมะไร้รอย", ฉายาจากสื่อ "จ่ายจนจุก" 
  • กับระบบ ---- key word "ขายพ่วง"; ทุ่ม เร็ว แรง บีบยี่ปั๊วซาปั๊วให้เลือกข้าง

วันนี้ท่านผู้นี้มาลงแข่งในสมรภูมิน้ำดำในแบรนด์ EST มาแข่งกับ COKE และ PEPSI จะเกิดอะไรขึ้น

สภาพการแข่งขัน

จากประสบการณ์ทำร้านอาหารจนเจ้งคามือพบว่าน้ำอัดลมที่ขายตามร้านอาหารแทบทุกหัวระแหงนั้น ส่วนใหญ่เป็นแบบฝากขาย จะมี sale ของแต่ละแบรนด์เอาของมากองๆไว้ที่ร้าน ขายได้เท่าไรเขาก็เอาส่วนต่างไป ราคาทุนเท่าที่จำได้เป็นอย่างนี้

  • น้ำอัดลม 7 บาท -> ขาย 10
  • น้ำเปล่าขวด pet 5 บาท -> ขาย 10
  • น้ำเปล่าขวดแก้ว 2.5 บาท -> ขาย 10

ตอนเปิดร้านอาหารถ้าลูกค้าสั่งน้ำเปล่าจะดีใจมักๆ เพราะ margin สูงกว่า ยิ่งดันขวดแก้วได้ยิ่งชอบใจใหญ่

หัวใจของการแข่งขัน ก็คือระบบ logistics ครับเพราะคงไม่มีร้านใหนบ้าขนน้ำอัดลมมาที่ร้านเอง ก็ต้องใช้ระบบของน้ำอัดลมแต่ละเจ้ามากระจายให็เรา ที่ผ่านมา pepsi ผ่านเสริมสุข ทำได้ดีกว่าโคก กระจายสินค้าได้กว้างกว่า เร็วกว่า และทั่วถึงกว่า

การเข้าตลาดแบบเหนือเมฆของ EST

การทำตลาดของ pepsi ในประเทศไทย Pepsi ไม่ได้ทำเองแต่ขายเฟรนชายให้ เสริมสุข เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย เสี่ยเจริญเห็นโอกาส เสริมสุขกำลังหมดสัญญากับ pepsi ก็เข้าซื้อเสริมสุขและถีบ pepsi ออกไปยึดระบบ logistics มาเป็นของตัวเอง

สิ่งที่ได้เหมือนยิงปืนนัดเดียวแต่ได้นกสองตัวคือ

  • ตัดแขนขาคู่แข่งให้ทำการตลาดลำบาก ตอนนี้ pepsi ไม่มีขวดแก้วขาย, ชองทางจัดจำหน่ายก็ไม่มีเริ่มต้นใหม่หมด
  • เอาแขนขาคู่แข่งมาเป็นของตัวเอง EST เริ่มต้นธุรกิจจาก 10 เลยทีเดียว

สิ่งที่เห็นคือตอนนี้ EST ไปไหนก็เจอ Pepsi แทบหายไปจากตลาด แต่การแข่งขันเพิ่มเริ่มต้นเท่านั้นคอยดูกันต่อไปครับว่าศึกนี้จะจบอย่างไร

ที่มา http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=54395

เวลาอ่านงบการเงินถ้าท่านดูในงบการเงินจะเห็นรายการนึงโดดเด่นมาก็คือสินค้าคงเหลือ วันนี้ขอพาทัวร์คลังสินค้าครับว่าในแผนกคลังสินค้าที่ทำหน้าที่รับผิดชอบส่วนนี้เขาทำงานอะไรกันบ้าง และรายการนี้มันกระทบความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นอย่างไร
 
คลังสินค้าเอาไว้ทำอะไร
  • สนับสนุนการผลิต
    • รวบรวมวัตถุดิบส่งต่อให้โรงงาน
    • โรงงานไม่ต้องรับและจัดเก็บเอง
  • รวบรวมสินค้า
    • รวบรวมสินค้าจากโรงงานแต่ละแห่งและจัดเก็บเพื่อรอนำส่งให้ลูกค้า
    • ลดจำนวนเที่ยวขนส่ง
  • คัดแยกสินค้า
    • รับสินค้าจากโรงงานและคัดแยกเพื่อนำส่งลูกค้า
    • คลังสินค้าจะตั้งอยู่ใกล้ลูกค้า
  • กระจายสินค้า
    • รวบรวมสินค้าจากโรงงานแต่ละแห่งและทำการจัดเรียงเพื่อส่งให้ลูกค้า
    • ลดจำนวนเที่ยวขนส่ง
 
การทำงานในแผนกคลังสินค้ามีอะไรบ้าง
เหมือนเป็นงานที่ไม่จบไม่สิ้นขอแบ่งเป็น 3 ส่วนง่ายๆก็คือ ขาเข้า กระบวนการภายใน และขาออก
  • ขาเข้า : จัดซื้อ,คืนจากผู้ซื้อ,โอนสินค้า
  • กระบวนการภายใน : รับสินค้า,บรรจุ,ตรวจสอบ,ตรวจนับ,จัดสินค้า,จัดเก็บ,เคลื่อนย้าย,เติมสินค้า
  • ขาออก : ส่งสินค้า, คืนผู้ขาย, โอนสินค้า
นอกจากงานประจำวันเหล่านี้แล้วก็จะมีงานระดับกลยุทธ์ที่นานๆทำทีเช่น การเลือกสถานที่ตั้งคลังสินค้า การออกแบบคลังสินค้า การตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า
 
ในคลังสินค้ามีต้นทุนอะไรบ้าง
ทุกกิจกรรมเท่ากับเงิน มาดูกันว่ากิจกรรมในคลังสินค้าสร้างต้นทุนอะไรให้เราต้องเสียเงินแทนที่จะเอาเงินส่วนนี้มาซื้อรถเบนซ์บ้าง
  1. ต้นทุนการจัดเก็บ คลังสินค้า -> งบกำไรขาดทุน
  2. ต้นทุนสินค้าสูญเสีย หาย เสื่อมสภาพ -> งบกำไรขาดทุน
  3. ต้นทุนบริหารจัดการคลังสินค้า ค่าเสื่อม -> งบกำไรขาดทุน
  4. ค้นทุนถือครอง stock  -> งบกระแสเงินสด สินค้าคงเหลือเพิ่มเงินสดลดลง ถ้าไม่ได้เครดิตการค้าก็อาจต้องกู้เงินมาลงของก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยอีก

การแก้ปัญหาคลังสินค้าแบบบูรณาการ

จริงๆปัญหาในคลังสินค้ามันเป็นปัญหาที่ปลายเหตุแล้ว การจะแก้ไขก็ต้องทำงานร่วมกันทุกแผนก โดยต้องวิเคราะห์สาเหตุให้ได้ว่าปัญหามาจากไหน

  • ขาเข้า ต้องวางแผนร่วมกับแผนกจัดซื้อและการผลิต ไม่งั้นพวกจัดซื้อก็ชอบซื้อของมาตุนไว้เยอะๆ บอกทำให้ประหยัด ส่วนฝ่ายการผลิตก็ชอบผลิตที lot เยอะๆบอกว่าประหยัด
  • กระบวนการภายใน อันนี้คงโยนขี้ไปให้แผนกอื่นไม่ได้ต้องจัดการเอง
  • ขาออก ต้องคุยกับฝ่าย sale ดีๆ สินค้าไหนขายไม่ออกก็ต้องให้ sale ช่วยดัน

 

สมัยนี้เป็นยุคของการแข่งขัน มาดูกันว่าการบริหารกิจกรรม logistics (เคลื่อนย้าย จัดเก็บ รวบรวม และกระจาย) ในองค์กรให้ดีช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันขององค์กร และช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นได้อย่างไร  เหมาะแก่การนำไปกล่อมผู้บริหารมากครับพอเคลิ้มๆเดี๋ยวงบก็มา
 
เพิมรายได้
  • Improve Product Availability
    • ลด Cost of lost sell กว่าจะได้ลูกค้ามาแต่ละรายเลือดตาแทบกระเด็น ถ้าลูกค้ามาแล้วไม่มีของขายเราก็ชวดรายได้ แล้วบางทีมันไปซื้อร้านอื่นแล้วติดใจไม่กลับมาอีกเลียเสียลูกค้าอีก บางทีไม่ไปเปล่าชวนลูกค้าคนอื่นไปด้วย
  • ขยายขอบเขตของตลาด ถ้าจัดการดีๆก็สามารถขายของครอบคลุมอานาเขตที่กว้างขึ้นได้ขายของได้มากขึ้นอีก เคยเห็นร้านใส่อั่วเชียงใหม่ใช้การโฆษณาผ่านเน๊ตและส่งของทางไปรษณีย์ทำให้นอกจากขายของได้แค่่ในร้านก็สามารถขายได้กว้างขึ้นทั่งประเทศ
  • เพิ่มคุณค่าที่ลูกค้าคาดหวัง (Customer Value Expectations)
    •  เวลาโทรสั่งพิซซ่าลูกค้าคาดหวังพิซซ่าร้าน ชีสเย้มๆ ใน 20 นาที สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีการวางแผนเรื่อง logistics ทั้งการเก็บพิซซ่าอย่างไรให้ร้อนจนถึงบ้านลูกค้า การวางแผนเส้นทาง การวางต่ำแหน่งของร้านค้าที่จะใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้า ฯลฯ
    • ร้าน 7-11 ชื่อมันคือร้านสะดวกซื้อคือทำอย่างไรให้ลูกค้าสะดวกที่สุด แล้วยกความลำบากมาให้เรา(ขอค่าความลำบากเพิ่มด้วยนะ) แค่คิดว่าวันวันๆนึงจะจัดเส้นทางส่งของไปร้านค้ากว่า 7,000 สาขายังไงก็ปวดหัวแล้ว
    • เครื่องถ่ายเอกสาร ซีร็อก ใช้ logistics สร้างความแตกต่างโดยถ้าเครื่องของลูกค้าเสีย เราส่งเครื่องใหม่ไปเปลี่ยนใน 1 วันแล้วค่อยเอามาซ่อมที่บริษัท ลูกค้าชอบอกชอบใจเพราะไม่ต้องรอเครื่องซ่อม
  • เพิ่ม Brand Image และความภัคดีของลูกค้า ถ้าคุณบริการได้ถึงอกถึงใจ ลูกค้าติดหนึบไม่ยอมไปไหน

เพิ่มการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์

  • ซื้อสินค้ามากองไว้เฉยๆ แทนที่จะเอากำไรมาจ่ายเป็นเงินปันผลก็ต้องเอามาอยู่ใน working capital ทำให้เงินจมโดยใช่เหตุ ทำให้ กระแสเงินสดอิสระ(free cash flow)ลดลง

เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน

ทุกการเคลือนไหวในองค์กรเป็นเงินบริหารดีๆก็ช่วยลดต้นทุน เมื่อต้นทุนลดกำไรก็เพิ่มดูกันว่าต้นทุน logistics มีอะไรบ้าง
  1. ต้นทุนขนส่ง
  2. ต้นทุนการจัดเก็บ คลังสินค้า
  3. ต้นทุนสินค้าสูญเสีย หาย เสื่อมสภาพ
  4. ต้นทุนบริหารจัดการ ค่าเสื่อม
  5. ค้นทุนถือคลอง stock ยิ่งบางกิจการกู้เงินมาซื้อของก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยอีก

สรุปสั้นๆว่าบริหาร logistics ดีๆแล้วแข่งขันเยี่ยม กำไรเพิ่ม เงินสดเยอะ นักลงทุนชอบอกชอบใจ หุ้นก็ขึ้นเอาขึ้นเอา อย่างเช่น หุ้นกลุ่ม ค้าปลีกที่กำลัง hot hit ช่วงนี้