music

ถ้าใครเคยประสบปัญหาขิมเสียงเพี้ยนแล้วตั้งเองไม่เป็นต้องยกไปให้ อ. ตั้งเสียงให้หรือ ต้องเสียเงินแพง ๆ ไปจ้างเขาตั้งเสียงครั้งละเป็นร้อย แต่พอกับถึงบ้านเสียงก็เพี้ยนเหมือนเดิม วันนี้ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณหัดตั้งเสียงเองโดยใช้คอมที่บ้านช่วย โดยในที่นี้จะตั้งตามเสียงสากลในคีย์ Bb ประมาณเสียงกรมประชาฯ โดยใช้หย่องเสริมตรงเสียง ที ตามขั้นตอนดังนี้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.ไม้บรรทัด และเครื่องคิดเลข 

2.ไมค์โครโฟนคอม

3.โปรแกรมตั้งเสียง ที่สามารถตั้งเสียงระบบแบบ chromatic ได้ softwareที่ใช้คือ ap tuner สามารถโหลดได้ตามลิ้งค์ข้างล่าง

http://www.4shared.com/file/43321420/958f1ae7/APTunerInstall.html?dirPwdVerified=75302886

โปรแกรมนี้เป็น shareware มียาแก้ไอคือ 027977 หรือถ้าจะซื้อก็ราคา US$35

 

หลังจากติดตั้งโปรแกรมพร้อมเสียบไมค์เข้ากับคอมเสร็จแล้ว ก็เปิดโปรแกรม ap tuner แล้วเอาไมค์ไปจ่อที่ขิมแล้วตีขิมให้เกิดเสียง ถ้าเข็มกระดิกก็แปลว่าใช้ได้ แต่ถ้าเข็มไม่กระดิกก็ต้องไปเซ็ตค่าให้คอมบันทึกเสียงจากไมค์โครโฟนตามนี้

ไปที่contro plannel/ sounds and audio devices/เลือก audioตรงtab ข้างบน /sound recording/volume/ติ๊กเครื่องหมายถูกตรงช่องselectของไมค์โครโฟน แต่ถ้าเข็มยังไม่กระดิกอีกปัญหาน่าจะมาจากเสียบไมค์ผิดช่อง

เมื่อเครื่องมือพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

ขั้นแรกก็ต้องตั้งหย่อยเสียงทางซ้ายขิมให้ตรงตามสัดส่วนที่ถูกต้องก่อนโดยตำแหน่งของหย่องทางซ้ายที่ถูกต้องจะเป็นตำแหน่งที่แบ่งความยาวของสายขิมจากสะพานพาดสายทางซ้ายมาถึงหย่อง เท่ากับ 2/5 และจากหย่องมาถึงสะพานพาดสายทางขวาเท่ากับ 3/5 พอดีทุกเส้นซึงตำแหน่งนี้เสียงทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาห่างกันเป็นคู่ 5 พอดี เช่น Gกับ FกับC นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมขิมต้องใช้หย่องเสริมตรงเสียงทีกลางเนื่องจาก การแบ่งด้วยระยะนี้จะทำให้ได้ เสียง Bb กับ F ซึ่งเป็นเสียง B สำหรับใช้เล่นเพลงมอญทำให้พอมาเล่นเพลงอย่างนกขมิ้น หรือโหมโรงอัยเรศ เสียงจะฟังเหน่อ ๆ ซึ่งส่วนมากแล้วเวลาตั้งเสียงเพื่อความสะดวกในการเล่นมักจะใช้หย่องเสริมกับเสียง B ตรงกลาง และตั้งเสียง B ทางขวาเป็น Bb เพื่อใช้เล่นเพลง มอญ เพลงสำเนียงเขมรหลายเพลง

สำหรับขั้นตอนการตั้งหย่องทางซ้ายให้มีระยะที่ถูกต้อง เริ่มต้อนด้วยการวัดความห่างระหว่างสะพานพาดสายทางซ้ายและขวาตามแนวเส้นสีแดงทั้งด้านบนและด้านล่างและจดใส่กระดาษพักไว้ สมมติให้ความยาวของเส้นสีแดงด้านบนและเท่ากับ x และ y ตามลำดับ เราจะหาตำแหน่งของจุด A ได้โดยนำความยาวของเส้นสีแดงด้านบน(X)มาคูณกับ 2/5 จะได้ระยะห่างจากปลายเส้นสีแดงทางซ้ายไปถึงจุด A เท่ากับ x*2/5 แล้วเราก็เอาดินสอมา markไว้ที่จุด A ส่วนจุด B ก็หาได้ด้วยวิธีเดียวกันจะได้ระยะจากปลายเส้นสีแดงทางซ้ายมาถึงจุด B เท่ากับ Y*2/5 แล้วก็เอาดินสามา mark ที่จุด B ไว้เช่นเดียวกัน จะได้แนวเส้นสีเขียวซึ่งเป็นแนวเส้นที่ลากเชื่อมระหว่างจุด Aและจุด B จากนั้นเราก็ดูว่าหย่องซ้ายของเราอยู่ในแนวเส้นสีเขียวหรือไม่ถ้าไม่อยู่ในแนวก็ฆ้อนเล็ก ๆ เคาะหย่องให้อยู่ในแนวเส้นเขียว

 

 

 

เมื่อตั้งหย่องซ้ายให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องแล้วก็ลงมือใช้เครื่องตั้งเสียง ตั้งเสียงที่ละเส้นตามรูปข้างล่างได้เลยครับ

โดยใช้มือซ้ายหันด้านปลายไม้มาดีดทีละเส้น ส่วนมือขวาก็ถือกุญแจตั้งเสียงมาเสียบที่หลักขวาโดยถ้าหมุนหลักขิมไปทางขวาเสียงจะสูงขึ้น และถ้าหมุนมาทางซ้ายเสียงจะต่ำลง ส่วนส่วนตาก็เหลือบมองที่จอคอมถ้าเราตั้งเสียงตรงเข็มจะอยู่ตรงกลาง ถ้าเสียงต่ำไปจะอยู่ทางซ้าย และถ้าเสียงสูงไปเข็มจะอยู่ทางขวา แล้วก็ค่อย ๆ หมุนทีละนิดจนเสียงตรงทุกเส้น

หมายเหตุ  * เสียงสากล A=ลา B=ที C=โด D=เร E=มี F=ฟา G=ซอล

*เครืองหมาย# คือสูงขึ้นครึ่งเสียง bคือต่ำลงครึ่งเสียง

*key Bb มีตัวโน้ตที่ติด b 2 ตัวคือเสียง ที กับเสียงมี แต่โปรแกรมที่ใช้มันต้ง ค่าเริ่มต้นโชว์เป็นเสียง # ก็เลยเขียน chart แบบติด #มาให้

*ถ้าไม่มีหย่องเสริมก็ปรับเสียงทีตรงกลางให้สูงขึ้นนิดหน่อยก็พอกล้อมแกล้มไปได้บ้าง

 

 

 

edit @ 7 Apr 2008 22:52:49 by phat

edit @ 7 Apr 2008 22:55:52 by phat

edit @ 10 Apr 2008 00:43:16 by phat

การจะท่องไปในยุทธจักรได้นั้นต้องมีอาวุธประจำกายที่มีคุณภาพเสียงที่ดี และที่สำคัญคืออาวุทธนั้นต้องเข้ากันได้กับลักษณะร่างกายและน้ำหนักการตีของแต่ละคน อาวุธจำเป็นที่ใช้ในการท่องยุทธภพนั้นมี 2 ชิ้นคือ ขิม และไม้ตีขิม

เริ่มกันที่เครื่องมือชิ้นแรกคือ ขิม เวลาเลือกซื้อผมจะดูอยู่ 2 อย่างคือความเรียบร้อยของชิ้นงาน และ คุณภาพของเสียง ในส่วนของความเรียบร้อยของชิ้นงานนั้นผมว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายมากเพราะแค่ค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ ด้วยตาเปล่าก็เห็นแล้วว่าการประกอบชิ้นงานเป็นอย่างไร ประกอบเรียบร้อย หรือทำมาแบบลวก ๆ พอหลอกขายชาวบ้านได้ไปวัน ๆ

ส่วนต่อมาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ต้องดูคือคุณภาพเสียงของขิม ผมจะดูที่ 1)ความกังวาลของเสียงว่าเมื่อเอาไม้ตีขิมเคาะลงไปแล้วเสียงเป็นอย่างไร ระหว่าง เป็งงงง กับ ปึง เสียงแบบแรกคือเมื่อตีไปแล้วเสียงยังค้างอยู่พอควรแล้วค่อย ๆ เงียบไป ส่วนแบบที่สองคือตีแล้วเสียงจบเลย สั้น ๆ ห้วน ๆ ถ้าเจอแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยครับไปร้านอื่นเถอะ 2) ถ้าข้อแรกผ่านแล้วก็ต้องมาดูตัวต่อไปคือเรื่องความยาวของเสียงต้องไม่ยาวเกินไป เช่นเล่นโน๊ตไปถึงตัวที่ 5 แล้วแต่เสียงของโน๊ตตัวที่ 1 ยังค้างอยู่ ทำให้เสียงเวลาเล่นออกมาจะเซ็งแซ่ไปหมดฟังไม่รู้เรื่อง น่าปวดหัวสุด ๆ

สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อขิมถ้ามีเวลาว่างมากพอก็ควรจะลองไปเลือกดูหลาย ๆ ร้ายแล้วมาเปรียบเทียบกันว่าร้านไหนเสียงถูกใจที่สุด และมีบริการหลังการขายที่ดี ผมจะแนะนำซัก 2 -3 ร้านเป็นตัวเลือกให้ไปลองshoppong กัน

ร้านแรกร้านกิจเจริญดนตรี มี 2 สาขา สาขาแรกอยู่ตลาดนั้นจตุจักรโครงการ 8 ตรงข้ามประตู 2 อีกสาขาเป็นร้านใหญ่อยู่ตรงเมืองนนท์ ร้านนี้งานเรียบร้อยใช้ได้ เสียงก็กังวาลดี แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือเสียงค้างนานไปหน่อย เซ็งแซ่ไปหมด ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ข้อดีคือราคาถูก เบอร์โทรของร้าน 029604545-6 ,0817545131

ร้านต่อมาคือร้านสังคีตสยาม มี 2 สาขาคือที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 3 และเสรีเซ็นเตอร์ ชั้น 1 สินค้าแนะนำของร้านนี้คือขิมโครมาติก เสียงจะมีความหนามากกว่าขิมทั่วไปเพราะใช้สายขนาดใหญ่กว่าทั่วไป เจ้าของร้านบบอกว่านำเข้าสายมาจากต่างประเทศ กันเลยทีเดียว ส่วนขิมธรรมดาก็คุณภาพใช้ได้ เบอร์โทรของร้าน 089 693 1177 (ครูโมทย์) รู้สึกจะสอนการเล่นขิมคอร์ดด้วยถ้าสนใจก็ลองดู

ร้านสุดท้ายร้านไทยว่าทิต เจ้าเก่าอยู๋มานาน ไปต้องสั่งทำอย่างเดียว เคยใช้อยู่เสียงใช้ได้ แต่ไม่ได้ไปมานานแล้วไม่รู้ว่าคุณภาพต่างจากเดิมยังไงบ้าง

อาวุธชิ้นต่อมาคือไม้ตีขิม ผมว่าอันนี้หาดี ๆ ยากนะ ก่อนที่จะลองตีทุกครั้งต้องสำรวจสภาพก่อนโดยให้เอาไม้ขิมขึ้นมาเล็งจากจากตรงด้ามจับให้เห็นหัวไม้ดังรูป

ถ้าเป็นอย่างด้านซ้ายก็เอาไปลองตีได้ถ้าถูกใจ ถูกมือ ถูกราคา ก็ซึ้อ แต่ถ้าเป็นอย่างด้านขวา โยนทิ้งหรือเอาไปทำฟืนได้เลยครับ อย่าไปเสียดายเพราะไม้ตีขิมที่มีลักษณะแบบนี้เวลาจับไม้ด้วยมือซ้ายกับมือขวาเสียงจะออกคนละโทนกัน มือนึงจะเป็นเสียงแหลม แต่ถ้าจับด้วยมืออีกข้างจะเป็น เสียงนุ่ม

สำหรับผมตอนนี้มีครูที่ขายไม้ขิมที่ใช้ได้อยู่ 2 เจ้า แต่บางคนอาจไม่ชอบเพราะทั้ง 2 เจ้าเป็นไม้ขิมที่มีนำหนักเบาจะคุมยากกว่าไม้ขิมที่มีน้ำหนักมาก เจ้าแรกคือ อ.เก่ง จากชมรมดนตรีไทยบ้านครูเก่ง (http://www.baankrukeng.com/ ) หัวไม้จะพิเศษกว่าเจ้าอื่นคือมีหัวเป็นยางไม่มีผ้าหุ้ม มี 2 รุ่นคือรุ่นหัวสีน้ำตาลกับหัวสีดำ รุ่นหัวสีน้ำตาลจะเสียงนุ่มกว่า เจ้า ต่อมา คือของ อ.วิเชียร จันทร์เกษม ต้องไปซื้อที่บ้าน อยู่แถวฝั่งธน แต่ผมไปไม่ถูกนะใครมีเบอร์ติดต่อ อ. เขาบ้างช่วงโพสตอบด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบคุณครับ

สุดท้ายนี้ถ้าใครมีร้านขายเครื่องดนตรีดี ๆ มาแนะนำก็โพสบอกกันบ้างนะครับเพราะผมก็ไมได้เดินสำรวจตลาดนานแล้ว

 

edit @ 20 Dec 2007 23:26:53 by phat

อาการที่ผู้เริ่มต้นส่วนมากเป็นกันคืออาการ"เกร็ง" บางคนตีขิมเหมือนเล่นกล้ามเลยที่เดียว ผลกระทบจากการเกร็งที่เห็นชัด ๆ คือเล่นได้ไม่ทันจบเพลงก็เมื่อยแล้วครับ ปวดหลังปวดไหลไปหมด แล้วเวลาเล่นก็จะไม่พริ้วไหวเท่าที่ควรเป็นทั้งการตีธรรมดา และเวลาที่กรอขิม ถ้าเวลาตีแล้วท่านมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับเพราะมันเป็นอาการปกติเป็นกันทุกคนครับ และอาการเหล่านี้ส่วนมากเวลาเล่นจะไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังเกร็งกันอยู่ ถ้าไม่ลองสังเกตุเวลาที่เราเล่นค่อย ๆ แก้กันไป ซึ่งผมอยากให้จำหลักการสำคัญเวลาเล่นขิมหรือเครื่องดนตรีทุกชนิดคืออวัยวะทุกส่วนต้อง"ผ่อนคลาย" และไม่เกร็ง

อาการเกร็งของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละบุคคลว่ามีอาการเกร็งกันส่วนใหนของร่ายการ เริ่มแรกเราต้องหาให้ได้ก่อนว่าเราเกร็งอวัยวะส่วนไหน วิธีหาก็คือเวลาตีให้สังเกตุเป็นจุด ๆ ไป โดยเน้นอวัยวะที่เกี่ยวกับมือและแขนเป็นหลัง โดยให้เริ่มสังเกตุจากส่วนแรกคือมือ ซึ่งจะเป็นกันมากเวลากรอ โดยเฉพาะพวกที่กรอแบบผิดวิธี คือจะใช้การเกร็งมือเพื่อให้ไม้สั่นเวลากรอ อีกกล่มหนึ่งจะเป็นเวลาที่จับไม้จะจับแน่นเกินไปโดยเฉพาะนิ้วโป้งจะกดลงไปแรงมาก ทางแก้ทางหนึ่งคือเวลาจับไม้ให้พยายามจับแบบหลวม ๆ ไว้ครับจะลดอาการเกร็งไปได้เยอะทีเดียว และสุดท้ายสำหรับส่วนนี้คือนิ้วก้อยครับ พยายามอย่าให้กระดกออกมาเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเกย์และจะหาว่าไม่เตือน

ต่อมาคือข้อมือหลายคนที่เดียวที่เวลาตี หรือกรอขิมจะเกร็งข้อมือให้มันแข็ง ๆ ไว้ ไม่ขยับตามแรงเหวียงของไม้ขิม กลายเป็นว่าเวลาตีจะเป็นการตีมาจากท่อนแขน ผลกระทบคือเล่นได้ไม่พริ้วไหวเท่าที่ควร และตีแรงเกินไปทำให้สายขาดได้ 

อีกส่วนที่ต้องสังเกตุคือส่วนหัวไหล่บางคนเวลาตีขิมจะชอบยกไหล่ไปด้วย โดยเฉพาะเวลากรอ อาการที่เห็นได้ชัดคือตีได้ซักพักจะเมื่อยครับ บางคนเป็นหนัก ๆ เวลากรอขอมหัวจะส่ายไปด้วย ซ้ายที ขวาที เป็นที่ขบขันยิ่งนัก

และเมื่อเจอแล้วอย่าพึ่งเสียอกเสียใจไปครับว่าชาตินี้ไม่สามารถเล่นขิมได้แล้ว ของทุกอย่างมันมีทางแก้ ซึ่งทางแก้คือเวลาตีขิมให้พยายามเหลือบไปดูจุดที่มีการการเกร็ง ถ้ามีก็ผ่อนคลายมันออกมา พอทำไปเรื่อย ๆ แล้วอาการเกร็งจะหายไปเอง ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่แล้วกัน

ก่อนจบคราวนี้ก็มี video ของของน้องปภาวี หิรัญวัฒน์ศิริ ที่ได้ถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จากการแข่งขันดนตรีไทย "ศรทอง" ครั้งที่ 3 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ระดับมัธยมศึกษา จากสำนักบ้านครูเก่งครับ (http://www.baankrukeng.com )

 

edit @ 20 Nov 2007 01:17:58 by phat

edit @ 20 Dec 2007 23:28:16 by phat