khim

การจะท่องไปในยุทธจักรได้นั้นต้องมีอาวุธประจำกายที่มีคุณภาพเสียงที่ดี และที่สำคัญคืออาวุทธนั้นต้องเข้ากันได้กับลักษณะร่างกายและน้ำหนักการตีของแต่ละคน อาวุธจำเป็นที่ใช้ในการท่องยุทธภพนั้นมี 2 ชิ้นคือ ขิม และไม้ตีขิม

เริ่มกันที่เครื่องมือชิ้นแรกคือ ขิม เวลาเลือกซื้อผมจะดูอยู่ 2 อย่างคือความเรียบร้อยของชิ้นงาน และ คุณภาพของเสียง ในส่วนของความเรียบร้อยของชิ้นงานนั้นผมว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายมากเพราะแค่ค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ ด้วยตาเปล่าก็เห็นแล้วว่าการประกอบชิ้นงานเป็นอย่างไร ประกอบเรียบร้อย หรือทำมาแบบลวก ๆ พอหลอกขายชาวบ้านได้ไปวัน ๆ

ส่วนต่อมาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ต้องดูคือคุณภาพเสียงของขิม ผมจะดูที่ 1)ความกังวาลของเสียงว่าเมื่อเอาไม้ตีขิมเคาะลงไปแล้วเสียงเป็นอย่างไร ระหว่าง เป็งงงง กับ ปึง เสียงแบบแรกคือเมื่อตีไปแล้วเสียงยังค้างอยู่พอควรแล้วค่อย ๆ เงียบไป ส่วนแบบที่สองคือตีแล้วเสียงจบเลย สั้น ๆ ห้วน ๆ ถ้าเจอแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยครับไปร้านอื่นเถอะ 2) ถ้าข้อแรกผ่านแล้วก็ต้องมาดูตัวต่อไปคือเรื่องความยาวของเสียงต้องไม่ยาวเกินไป เช่นเล่นโน๊ตไปถึงตัวที่ 5 แล้วแต่เสียงของโน๊ตตัวที่ 1 ยังค้างอยู่ ทำให้เสียงเวลาเล่นออกมาจะเซ็งแซ่ไปหมดฟังไม่รู้เรื่อง น่าปวดหัวสุด ๆ

สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อขิมถ้ามีเวลาว่างมากพอก็ควรจะลองไปเลือกดูหลาย ๆ ร้ายแล้วมาเปรียบเทียบกันว่าร้านไหนเสียงถูกใจที่สุด และมีบริการหลังการขายที่ดี ผมจะแนะนำซัก 2 -3 ร้านเป็นตัวเลือกให้ไปลองshoppong กัน

ร้านแรกร้านกิจเจริญดนตรี มี 2 สาขา สาขาแรกอยู่ตลาดนั้นจตุจักรโครงการ 8 ตรงข้ามประตู 2 อีกสาขาเป็นร้านใหญ่อยู่ตรงเมืองนนท์ ร้านนี้งานเรียบร้อยใช้ได้ เสียงก็กังวาลดี แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือเสียงค้างนานไปหน่อย เซ็งแซ่ไปหมด ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ข้อดีคือราคาถูก เบอร์โทรของร้าน 029604545-6 ,0817545131

ร้านต่อมาคือร้านสังคีตสยาม มี 2 สาขาคือที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 3 และเสรีเซ็นเตอร์ ชั้น 1 สินค้าแนะนำของร้านนี้คือขิมโครมาติก เสียงจะมีความหนามากกว่าขิมทั่วไปเพราะใช้สายขนาดใหญ่กว่าทั่วไป เจ้าของร้านบบอกว่านำเข้าสายมาจากต่างประเทศ กันเลยทีเดียว ส่วนขิมธรรมดาก็คุณภาพใช้ได้ เบอร์โทรของร้าน 089 693 1177 (ครูโมทย์) รู้สึกจะสอนการเล่นขิมคอร์ดด้วยถ้าสนใจก็ลองดู

ร้านสุดท้ายร้านไทยว่าทิต เจ้าเก่าอยู๋มานาน ไปต้องสั่งทำอย่างเดียว เคยใช้อยู่เสียงใช้ได้ แต่ไม่ได้ไปมานานแล้วไม่รู้ว่าคุณภาพต่างจากเดิมยังไงบ้าง

อาวุธชิ้นต่อมาคือไม้ตีขิม ผมว่าอันนี้หาดี ๆ ยากนะ ก่อนที่จะลองตีทุกครั้งต้องสำรวจสภาพก่อนโดยให้เอาไม้ขิมขึ้นมาเล็งจากจากตรงด้ามจับให้เห็นหัวไม้ดังรูป

ถ้าเป็นอย่างด้านซ้ายก็เอาไปลองตีได้ถ้าถูกใจ ถูกมือ ถูกราคา ก็ซึ้อ แต่ถ้าเป็นอย่างด้านขวา โยนทิ้งหรือเอาไปทำฟืนได้เลยครับ อย่าไปเสียดายเพราะไม้ตีขิมที่มีลักษณะแบบนี้เวลาจับไม้ด้วยมือซ้ายกับมือขวาเสียงจะออกคนละโทนกัน มือนึงจะเป็นเสียงแหลม แต่ถ้าจับด้วยมืออีกข้างจะเป็น เสียงนุ่ม

สำหรับผมตอนนี้มีครูที่ขายไม้ขิมที่ใช้ได้อยู่ 2 เจ้า แต่บางคนอาจไม่ชอบเพราะทั้ง 2 เจ้าเป็นไม้ขิมที่มีนำหนักเบาจะคุมยากกว่าไม้ขิมที่มีน้ำหนักมาก เจ้าแรกคือ อ.เก่ง จากชมรมดนตรีไทยบ้านครูเก่ง (http://www.baankrukeng.com/ ) หัวไม้จะพิเศษกว่าเจ้าอื่นคือมีหัวเป็นยางไม่มีผ้าหุ้ม มี 2 รุ่นคือรุ่นหัวสีน้ำตาลกับหัวสีดำ รุ่นหัวสีน้ำตาลจะเสียงนุ่มกว่า เจ้า ต่อมา คือของ อ.วิเชียร จันทร์เกษม ต้องไปซื้อที่บ้าน อยู่แถวฝั่งธน แต่ผมไปไม่ถูกนะใครมีเบอร์ติดต่อ อ. เขาบ้างช่วงโพสตอบด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบคุณครับ

สุดท้ายนี้ถ้าใครมีร้านขายเครื่องดนตรีดี ๆ มาแนะนำก็โพสบอกกันบ้างนะครับเพราะผมก็ไมได้เดินสำรวจตลาดนานแล้ว

 

edit @ 20 Dec 2007 23:26:53 by phat

อาการที่ผู้เริ่มต้นส่วนมากเป็นกันคืออาการ"เกร็ง" บางคนตีขิมเหมือนเล่นกล้ามเลยที่เดียว ผลกระทบจากการเกร็งที่เห็นชัด ๆ คือเล่นได้ไม่ทันจบเพลงก็เมื่อยแล้วครับ ปวดหลังปวดไหลไปหมด แล้วเวลาเล่นก็จะไม่พริ้วไหวเท่าที่ควรเป็นทั้งการตีธรรมดา และเวลาที่กรอขิม ถ้าเวลาตีแล้วท่านมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับเพราะมันเป็นอาการปกติเป็นกันทุกคนครับ และอาการเหล่านี้ส่วนมากเวลาเล่นจะไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังเกร็งกันอยู่ ถ้าไม่ลองสังเกตุเวลาที่เราเล่นค่อย ๆ แก้กันไป ซึ่งผมอยากให้จำหลักการสำคัญเวลาเล่นขิมหรือเครื่องดนตรีทุกชนิดคืออวัยวะทุกส่วนต้อง"ผ่อนคลาย" และไม่เกร็ง

อาการเกร็งของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละบุคคลว่ามีอาการเกร็งกันส่วนใหนของร่ายการ เริ่มแรกเราต้องหาให้ได้ก่อนว่าเราเกร็งอวัยวะส่วนไหน วิธีหาก็คือเวลาตีให้สังเกตุเป็นจุด ๆ ไป โดยเน้นอวัยวะที่เกี่ยวกับมือและแขนเป็นหลัง โดยให้เริ่มสังเกตุจากส่วนแรกคือมือ ซึ่งจะเป็นกันมากเวลากรอ โดยเฉพาะพวกที่กรอแบบผิดวิธี คือจะใช้การเกร็งมือเพื่อให้ไม้สั่นเวลากรอ อีกกล่มหนึ่งจะเป็นเวลาที่จับไม้จะจับแน่นเกินไปโดยเฉพาะนิ้วโป้งจะกดลงไปแรงมาก ทางแก้ทางหนึ่งคือเวลาจับไม้ให้พยายามจับแบบหลวม ๆ ไว้ครับจะลดอาการเกร็งไปได้เยอะทีเดียว และสุดท้ายสำหรับส่วนนี้คือนิ้วก้อยครับ พยายามอย่าให้กระดกออกมาเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเกย์และจะหาว่าไม่เตือน

ต่อมาคือข้อมือหลายคนที่เดียวที่เวลาตี หรือกรอขิมจะเกร็งข้อมือให้มันแข็ง ๆ ไว้ ไม่ขยับตามแรงเหวียงของไม้ขิม กลายเป็นว่าเวลาตีจะเป็นการตีมาจากท่อนแขน ผลกระทบคือเล่นได้ไม่พริ้วไหวเท่าที่ควร และตีแรงเกินไปทำให้สายขาดได้ 

อีกส่วนที่ต้องสังเกตุคือส่วนหัวไหล่บางคนเวลาตีขิมจะชอบยกไหล่ไปด้วย โดยเฉพาะเวลากรอ อาการที่เห็นได้ชัดคือตีได้ซักพักจะเมื่อยครับ บางคนเป็นหนัก ๆ เวลากรอขอมหัวจะส่ายไปด้วย ซ้ายที ขวาที เป็นที่ขบขันยิ่งนัก

และเมื่อเจอแล้วอย่าพึ่งเสียอกเสียใจไปครับว่าชาตินี้ไม่สามารถเล่นขิมได้แล้ว ของทุกอย่างมันมีทางแก้ ซึ่งทางแก้คือเวลาตีขิมให้พยายามเหลือบไปดูจุดที่มีการการเกร็ง ถ้ามีก็ผ่อนคลายมันออกมา พอทำไปเรื่อย ๆ แล้วอาการเกร็งจะหายไปเอง ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่แล้วกัน

ก่อนจบคราวนี้ก็มี video ของของน้องปภาวี หิรัญวัฒน์ศิริ ที่ได้ถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จากการแข่งขันดนตรีไทย "ศรทอง" ครั้งที่ 3 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ระดับมัธยมศึกษา จากสำนักบ้านครูเก่งครับ (http://www.baankrukeng.com )

 

edit @ 20 Nov 2007 01:17:58 by phat

edit @ 20 Dec 2007 23:28:16 by phat

สวัสดีผู้อ่านที่มีความรักในเสียงดนตรีไทย โดยเฉพาะเสียง "ขิม" หรือได้หลงเข้ามาอ่านเคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายทุกท่าน ก่อนอื่นก็ขอเล่าเหตุจูงใจที่ทำให้อยากเขียนบทความเกี่ยวกับการเล่นขิม ก็เริ่มมาจากการที่ได้เห็นหลาย ๆ คนอย่างเล่นขิมเลยซื้อหนังสือ หรือตำราขิมมาหัดเองแต่ว่า เล่นอย่างไรก็ไม่ได้ story ซักทีซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ผมเห็นคือไม่ได้ฝึกพื้นฐานอย่างถูกต้อง หรือบางคนก็มองข้ามพื้นฐานไปไม่ได้ใส่ใจนักไปเน้นเทคนิคกันซะเยอะแต่ก็เล่นได้ไม่ดี ซึ่งผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าเล่นดนตรีโดยพื้นฐานที่ดี เช่นการวางมือ การตี การกรอ การสะบัด แล้วต่อให้เล่นทางเพลงธรรมดาแค่ไหนก็เล่นแล้วฟังดูดี และเล่นได้อย่างมีความสุขและไม่เบื่อโดยไม่จำกัดอายุได้ และอีกอย่างคือพึ่งได้รับ Tag ทำดีเพื่อพ่อมาจากคุณ deltadrive ก็ไม่รู้จะทำอะไรดีก็เลยนั้นเขียนเคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ไว้ใช้ศึกษา

ก่อนเข้าสู้เคล็ดวิชากันก่อนในบทนำนี้ก็จะเสนอที่มาและภาพรวมคร่าว ๆ ของเคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายกันให้พอเข้าใจ เริ่มกันที่ที่มาของเคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายนี้มาจากการรวบรวมเพลงยุทธที่ได้รำเรียนมาจากหลายสำนัก ทั้งที่เรียนโดยตรงทั้งจากคุณแม่(พ.ญ. ดวงเดือน ช่อวิชิต), ครู.เสนาะ คล้ายถม, ครูกิ๊ก(ซอ), อ.ราม(Classical Guitar) รวมถึงครูพักลักจำท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่ยถึง  และเอาความรู้เหล่านั้นมาทดลองเล่นแล้วคิดว่าใช้ได้มาผสมกัน ก่อเกิดเป็นเคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายขึ้นมา ส่วนที่มาของชื่อเคล็ดวิชาก็มาจากหนังจีนซักเรื่องนี่แหละแต่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว

เคล็ดวิชาขิมไร้พ่ายเป็นอุดมคติสุดยอดของผู้เชี่ยวชาญการบรรเลงขิม แบ่งเป็น 3 ลำดับขั้น ขั้นแรกคือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนและขิม เมื่อคนอยู่ในขิมและขิมอยู่ในคนแม้แต่ใบหญ้าก็ใช้เป็นเครื่องดนตรีได้ ขั้นที่ 2 คือขิมหายไปจากมือแต่ไปอยู่ในหัวใจของผู้บรรเลงเหลือเพียงแค่อารมณ์ของบทเพลงที่สื่อไปถึงผู้ฟังไม่ใช้เพียงแค่เล่นไปตามโน๊ตให้จบ ๆ ไปเท่านั้น

และขั้นสุดท้าย "ไร้ตนไร้พ่าย"

เมื่อไร้ตนย่อมไม่มีตนที่จะรับคำด่า คำว่ากล่าวเสียดสีของผู้คน
เมื่อไร้ตนย่อมไม่มีความยินดียินร้าย ในนินทาและสรรญเสริญ
เพราะไม่มีตนที่จะรับหรือจะยินดี ยินร้ายในสิ่งใดๆ
จึงเป็นผู้อยู่เหนือโลกธรรม
เพราะเข้าใจธรรมและแทงตลอดในธรรม จึงไร้ทุกข์ไร้สุข เข้าถึงสภาวะไร้ตนไร้พ่าย ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงของสำนักไร้พ่ายได้

วันนี้พอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าถึ่งการเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนฝึกเคล็ดวิชาขิมไร้พ่าย อย่างช้าผมจะพยาม up ให้ได้อาทิตย์ละหัวข้อ

edit @ 13 Nov 2007 00:22:00 by phat

edit @ 20 Dec 2007 23:28:00 by phat